ในที่สุดตอนที่3ก็แต่งเสร็จแล้ว หลังจากการดองยาวนานเพราะถึงช่วงสอบพอดี พูดถึงเรื่องสอบขอบ่นหน่อยเหอะ เรื่องเกิดเพราะความสับเพร่าของตัวเองเป็นเหตุ คือว่าข้อสอบวิทย์(วิชาที่ทุ่มเทที่สุดตั้งแต่เรียนมา)ที่มี100ข้อแต่ว่าเค้าทำไปแค่80ข้อเพราะไม่เห็นอีก20ข้อที่เหลือ เสียดายสุดๆ เพราะอีก20ข้อที่เหลือเป็นแค่กาถูกผิดที่เค้าว่าเค้าทำได้ด้วย เฮ้อ พูดแล้วก็เศร้าอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า
อ๊ะ! เกือบลืม พี่ตาลคร๊าบที่บอกว่าชื่อตอน"พันธสัญญา"อ่ะ พอดีแต่งๆอยู่แล้วนึกต่อไม่ออกอ่ะ ก็เลยแต่งใหม่หมดเลยทั้งตอนแล้วก็เลยเปลี่ยนชื่อตอนด้วยเลยอ่ะ ขอโทษนะคร๊าบ
บ่นมานานไปอ่านกันเลยดีกว่า ตอนที่3ของ SideEffect of APTX4869
-----------------------------------------
ตอนที่3 อย่าโกรธเลยนะคุโด้!
ณ แผนกเสื้อสตรี เด็กหนุ่ม 2 คน เอ้ย! เด็กหนุ่มสาวคู่หนึ่ง(เรียกเป็นคู่แล้วพาจิ้นเนอะ ^^) กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างสนุกสนาน(หรือเฮย์จังสนุกคนเดียวหว่า - -)
คุโด้ เอาชุดนี้ไหม? หรือชุดนี้ดี? ชุดนี้ก็ดีนะ? แต่ฉันว่าชุดนี้ก็เหมือนกับนายดีนะ...เด็กหนุ่มผิวกาแฟพูดพรางหยิบเสื้อมาทามกับร่างของหญิงสาว
นี่ นายจะเอาหมดทั้งร้านเลยไหมฮะ หญิงสาวเริ่มโวยหลังจากยืนนิ่งเงียบเป็นตุ๊กตานางแบบอยู่นาน
ก็....ฉันคิดว่าอยากเห็นนายใส่เสื้อผู้หญิงมาตั้งนานแล้วนี่น่า ถึงจะผิดจากความคิดฉันไปบ้างก็เถอะ แต่ฉันว่านายเป็นผู้หญิงก็ดีนะ เราจะได้ทำอะไรแบบที่คู่รักเขาทำกันได้ โดยไม่ถูกมองเป็นตัวประหลาดด้วย นายว่ามันไม่ดีหรอ เฮย์จิถามพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความน่ารักและอบอุ่นบนใบหน้าสีแทน ทันทีที่สายตาของชินอิจิสะท้อนรอยยิ้มนั้น ใบหน้าของชินอิจิกลายเป็นสีแดงระเรื่อราวกับถูกย้อมด้วยแสงตะวันตกดิน แต่เมื่อทบทวนคำพูดของเฮย์จิอีกครั้ง ใบหน้าสีแดงนั้นก็เปลี่ยนกลับสู่ปกติ
ทำอะไรแบบที่คู่รักทำกัน? นายหมายความว่ายังไงฮะ ชินอิจิถามด้วยความงงเล็กๆที่แฝงไปด้วยความซื่อ
แล้วนายคิดว่าคู่รักเขาทำอะไรกันล่ะ เฮย์จิตอบด้วยเสียงกวนๆ ก่อนจะใช้จังหวะที่ชินอิจิเผลอขโมยแก้มขาวเนียนน่าหอมไป จนใบหน้าถูกย้อมด้วยสีแดงอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สีของตะวันตกดินแต่เป็นสีแดงแป๊ดด้วยความอายที่มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ชินอิจิรีบทำเป็นโกรธเพื่อกลบเกลื่อนสีของใบหน้าที่เปลี่ยนไปทันที
ทำอะไรของนายน่ะ หยุดซะทีได้ไหม ฉันชักลำคาญแล้วนะ
นายก็หยุดทำหน้าน่ารักก่อนสิ ฉันจะได้ห้ามใจตัวเองไม่ให้ไปหอมแก้มนายได้ ใบหน้าของชินอิจิเริ่มทวีความแดงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเฮย์จิหยอดคำหวานเจี๊ยบใส่
ทำหน้าน่ารักอีกแล้ว เดี๋ยวถ้าฉันอดใจไม่ได้ไม่รู้ด้วยนะ เฮย์จิได้ทีแกล้งชินอิจิไม่หยุด จนหัวใจชินอิจิเต้นเร็วและดังราวกับจะหลุดออกมา
นะ...นายหยุดไปเลยนะ ที่นี่มันห้างนะ จะทำไรก็ดูบ้าง... ชินอิจิรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงของพนักงานสาวคุยกัน
คู่นี้น่ารักดีเนอะ เธอว่าไหม? นั่นสิ น่าอิจฉาจังเลยเนอะ แฟนฉันน่ารักงี้บ้างก็ดีสิ
เห็นม่ะ ขนาดพนักงานยังชมพวกเราเลย ชินอิจิที่ไม่สามารถเก็บอาการหน้าแดงไว้ได้อีก จึงรีบทำเป็นโกรธ ลุกขึ้นหยิบเสื้อ 3-4 ตัวจากกองที่เฮย์จิเลือกไว้ไปจ่ายเงิน แล้วเดินออกจากร้านไปโดยที่ไม่หันมามองเฮย์จิเดินตามอยู่เลย
เฮ้ย! เป็นไรไปน่ะ ฉันขอโทษน้า แค่ล้อเล่นเอง อย่าโกรธเลยน้า เฮย์จิหาคำแก้ตัวสารพัดแต่ก็ไม่ได้ผล เพราะชินอิจิไม่มีท่าทีจะหันกลับมามองเลย แต่ยิ่งเพิ่มความเร็วในการก้าวเท้าขึ้นไปอีกตรงไปยังบ้านของเฮย์จิ
อาจเป็นเพราะความเขินอายจึงทำให้ความเร็วของชินอิจิเพิ่มขึ้นจากปกติหลายเท่าจนระยะห่างเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฮย์จิที่วิ่งตามอยู่นั้นถึงจะเร่งความเร็วขึ้นเท่าไรก็ได้เห็นเพียงแค่หลังของคนข้างหน้าที่อยู่ไกลลับเท่านั้น ก่อนที่เงาของชินอิจิจะหายไปในประตูบ้าน
เมื่อเฮย์จิกลับมาถึงบ้านในสภาพเหงื่อชุ่มไปทั้งตัวก็พบเพียงถุงใส่เสื้อที่เพิ่งซื้อมาวางอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นแต่กลับไม่พบผู้เป็นเจ้าของถุงเลย เขาจึงรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนแล้วตรงไปยังห้องของชินอิจิทันที
~ก๊อกๆๆ~
ออกมาคุยกันก่อนเถอะนะคุโด้....เรื่องวันนี้เป็นความผิดฉันเอง ฉันขอโทษนะ...นายออกมาคุยกับฉันเถอะ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา ถึงเฮย์จิจะพยามยามแค่ไหนก็ไม่ได้ผล แต่แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวของเฮย์จิ เขาวิ่งเข้าห้องนอนของตัวเองไปก่อนจะกลับมาพร้อมกุญแจในมือ ถึงจะเสี่ยงอยู่บ้างที่จะทำให้ชินอิจิยิ่งโกรธแต่เขาก็อยากจะคุยกับชินอิจิให้รู้เรื่อง
~แอ๊ดดดดดดดดดดดด~
นายเข้ามาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะเสียงที่ดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับสิ่งของต่างๆมากมายที่พุ่งเข้าใส่ผู้ที่เข้ามาในห้องอย่างจัง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาถอยกลับออกไปเลย
นายอยากปาก็ปาเข้ามาเลยคุโด้ ถ้ามันจะทำให้นาย
นายจะให้ฉันขอโทษนายสักพันครั้งก็ได้ แต่ขอร้องเถอะนะ กลับมาคุยกันดีๆเถอะ คราวหน้าฉันจะไม่แกล้งนายอย่างนี้อีกแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะคุโด้ เสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือจนผู้ที่ฟังอยู่รู้สึกได้ ชินอิจิใช้มือข้างหนึ่งกุมมือของเฮย์จิที่นั่งก้มหน้านิ่งไว้
ฉันยกโทษให้นายก็ได้ แต่ต้องไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีก. ถึงจะยังพูดไม่จบแต่เฮย์จิที่ต้องการรับรู้เพียงแค่การได้รับการยกโทษจากคนที่ตัวเองรักที่สุดก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก
ขอบคุณนะคุโด้ ขอบคุณนายมากๆเลยนะ
อืมๆ ช่างมันเถอะเรื่องมันแล้วไปแล้ว แล้วก็อีกเรื่องนายเลิกเรียกฉันว่าคุโด้ได้ไหม มันฟังดูแล้วแปลกๆอ่า
อ้าว! ก็นายชื่อคุโด้หนิ ถ้าไม่ให้เรียกอย่างงี้แล้วจะให้เรียกยังไง
เรียกอะไรก็ได้ที่ไม่ใช้คุโด้อ่ะ เป็นผู้หญิงแล้วถูกเรียกว่าคุโด้มันรู้สึกแปลกๆไงไม่รู้น่ะ
อืม...งั้นเอาเป็นชินจัง ไหม น่ารักดีนะ
ชินจัง! ไม่เอาอ่ะ ฟังแล้วรู้สึกเหมือนแม่เรียกเลย ไม่เอาๆๆๆ ชินอิจิส่ายหัวอย่างแรงจนเฮย์จิถึงกับยิ้มออกมาเพราะความน่ารักของคนตรงหน้า
งั้นนายจะเอาชื่อไรล่ะ เฮย์จิถามเมื่อนึกชื่ออื่นไม่ออก
เอ่อ....อะไรดีน้า....ชิน...ชิ....ชินา....ชินิ...ชินะ ชินะดีไหม
ชินะหรอ? ก็ดีนะน่ารักดี เฮย์จิพยักหน้าเชิงเห็นด้วย
งั้นต่อไปนายก็เรียนฉันว่าชินะละกัน โอเคนะ?
ก็ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ เฮย์จิบอกพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเลห์นัย
ข้อแลกเปลี่ยน? อะไรล่ะ ชินอิจิถามอย่างสงสัย
ในเมื่อนายให้ฉันเรียกนายว่า ชินะ งั้นนายก็ต้องเรียกฉันว่า เฮย์จินะนายเอาแต่เรียกฉันว่า ฮัตโตริๆ มันดูเหมือนเราเหินห่างกันอย่างนั้นแหละ
ฮะ....ฮะ....เฮย์....เฮย์จิ ชินอิจิพูดติดๆขัดๆด้วยความไม่เคยชิน+เขินหน่อยๆ(หรือไม่หน่อยหว่า^^)
อืม ชินะ เฮย์จิยิ้มเล็กๆให้ชินอิจิ
งั้นฉันไปทำข้าวให้ก่อนละกัน เฮย์จิยันตัวขึ้นเพื่อลุกขึ้น แต่เมื่อลุกขึ้นได้ครึ่งตัวก็กลับล้มลงมาเพราะขาที่วิ่งมานานเจ็บระบบไปหมดในสภาพคร่อมชินอิจิที่พยายามจะช่วยจับไว้ไม่ให้ล้ม โดยที่ริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกันโดยบังเอิญ
-----------------------------