2006/Jul/30

ในที่สุดตอนที่3ก็แต่งเสร็จแล้ว หลังจากการดองยาวนานเพราะถึงช่วงสอบพอดี พูดถึงเรื่องสอบขอบ่นหน่อยเหอะ เรื่องเกิดเพราะความสับเพร่าของตัวเองเป็นเหตุ คือว่าข้อสอบวิทย์(วิชาที่ทุ่มเทที่สุดตั้งแต่เรียนมา)ที่มี100ข้อแต่ว่าเค้าทำไปแค่80ข้อเพราะไม่เห็นอีก20ข้อที่เหลือ เสียดายสุดๆ เพราะอีก20ข้อที่เหลือเป็นแค่กาถูกผิดที่เค้าว่าเค้าทำได้ด้วย เฮ้อ พูดแล้วก็เศร้าอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า

อ๊ะ! เกือบลืม พี่ตาลคร๊าบที่บอกว่าชื่อตอน"พันธสัญญา"อ่ะ พอดีแต่งๆอยู่แล้วนึกต่อไม่ออกอ่ะ ก็เลยแต่งใหม่หมดเลยทั้งตอนแล้วก็เลยเปลี่ยนชื่อตอนด้วยเลยอ่ะ ขอโทษนะคร๊าบ

บ่นมานานไปอ่านกันเลยดีกว่า ตอนที่3ของ SideEffect of APTX4869

-----------------------------------------

ตอนที่3 อย่าโกรธเลยนะคุโด้!

ณ แผนกเสื้อสตรี เด็กหนุ่ม 2 คน เอ้ย! เด็กหนุ่มสาวคู่หนึ่ง(เรียกเป็นคู่แล้วพาจิ้นเนอะ ^^) กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างสนุกสนาน(หรือเฮย์จังสนุกคนเดียวหว่า - -)

คุโด้ เอาชุดนี้ไหม? หรือชุดนี้ดี? ชุดนี้ก็ดีนะ? แต่ฉันว่าชุดนี้ก็เหมือนกับนายดีนะ...เด็กหนุ่มผิวกาแฟพูดพรางหยิบเสื้อมาทามกับร่างของหญิงสาว

นี่ นายจะเอาหมดทั้งร้านเลยไหมฮะ หญิงสาวเริ่มโวยหลังจากยืนนิ่งเงียบเป็นตุ๊กตานางแบบอยู่นาน

ก็....ฉันคิดว่าอยากเห็นนายใส่เสื้อผู้หญิงมาตั้งนานแล้วนี่น่า ถึงจะผิดจากความคิดฉันไปบ้างก็เถอะ แต่ฉันว่านายเป็นผู้หญิงก็ดีนะ เราจะได้ทำอะไรแบบที่คู่รักเขาทำกันได้ โดยไม่ถูกมองเป็นตัวประหลาดด้วย นายว่ามันไม่ดีหรอ เฮย์จิถามพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความน่ารักและอบอุ่นบนใบหน้าสีแทน ทันทีที่สายตาของชินอิจิสะท้อนรอยยิ้มนั้น ใบหน้าของชินอิจิกลายเป็นสีแดงระเรื่อราวกับถูกย้อมด้วยแสงตะวันตกดิน แต่เมื่อทบทวนคำพูดของเฮย์จิอีกครั้ง ใบหน้าสีแดงนั้นก็เปลี่ยนกลับสู่ปกติ

ทำอะไรแบบที่คู่รักทำกัน? นายหมายความว่ายังไงฮะ ชินอิจิถามด้วยความงงเล็กๆที่แฝงไปด้วยความซื่อ

แล้วนายคิดว่าคู่รักเขาทำอะไรกันล่ะ เฮย์จิตอบด้วยเสียงกวนๆ ก่อนจะใช้จังหวะที่ชินอิจิเผลอขโมยแก้มขาวเนียนน่าหอมไป จนใบหน้าถูกย้อมด้วยสีแดงอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สีของตะวันตกดินแต่เป็นสีแดงแป๊ดด้วยความอายที่มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ชินอิจิรีบทำเป็นโกรธเพื่อกลบเกลื่อนสีของใบหน้าที่เปลี่ยนไปทันที

ทำอะไรของนายน่ะ หยุดซะทีได้ไหม ฉันชักลำคาญแล้วนะ

นายก็หยุดทำหน้าน่ารักก่อนสิ ฉันจะได้ห้ามใจตัวเองไม่ให้ไปหอมแก้มนายได้ ใบหน้าของชินอิจิเริ่มทวีความแดงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเฮย์จิหยอดคำหวานเจี๊ยบใส่

ทำหน้าน่ารักอีกแล้ว เดี๋ยวถ้าฉันอดใจไม่ได้ไม่รู้ด้วยนะ เฮย์จิได้ทีแกล้งชินอิจิไม่หยุด จนหัวใจชินอิจิเต้นเร็วและดังราวกับจะหลุดออกมา

นะ...นายหยุดไปเลยนะ ที่นี่มันห้างนะ จะทำไรก็ดูบ้าง... ชินอิจิรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงของพนักงานสาวคุยกัน

คู่นี้น่ารักดีเนอะ เธอว่าไหม? นั่นสิ น่าอิจฉาจังเลยเนอะ แฟนฉันน่ารักงี้บ้างก็ดีสิ

เห็นม่ะ ขนาดพนักงานยังชมพวกเราเลย ชินอิจิที่ไม่สามารถเก็บอาการหน้าแดงไว้ได้อีก จึงรีบทำเป็นโกรธ ลุกขึ้นหยิบเสื้อ 3-4 ตัวจากกองที่เฮย์จิเลือกไว้ไปจ่ายเงิน แล้วเดินออกจากร้านไปโดยที่ไม่หันมามองเฮย์จิเดินตามอยู่เลย

เฮ้ย! เป็นไรไปน่ะ ฉันขอโทษน้า แค่ล้อเล่นเอง อย่าโกรธเลยน้า เฮย์จิหาคำแก้ตัวสารพัดแต่ก็ไม่ได้ผล เพราะชินอิจิไม่มีท่าทีจะหันกลับมามองเลย แต่ยิ่งเพิ่มความเร็วในการก้าวเท้าขึ้นไปอีกตรงไปยังบ้านของเฮย์จิ

อาจเป็นเพราะความเขินอายจึงทำให้ความเร็วของชินอิจิเพิ่มขึ้นจากปกติหลายเท่าจนระยะห่างเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฮย์จิที่วิ่งตามอยู่นั้นถึงจะเร่งความเร็วขึ้นเท่าไรก็ได้เห็นเพียงแค่หลังของคนข้างหน้าที่อยู่ไกลลับเท่านั้น ก่อนที่เงาของชินอิจิจะหายไปในประตูบ้าน

เมื่อเฮย์จิกลับมาถึงบ้านในสภาพเหงื่อชุ่มไปทั้งตัวก็พบเพียงถุงใส่เสื้อที่เพิ่งซื้อมาวางอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นแต่กลับไม่พบผู้เป็นเจ้าของถุงเลย เขาจึงรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนแล้วตรงไปยังห้องของชินอิจิทันที

~ก๊อกๆๆ~

ออกมาคุยกันก่อนเถอะนะคุโด้....เรื่องวันนี้เป็นความผิดฉันเอง ฉันขอโทษนะ...นายออกมาคุยกับฉันเถอะ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา ถึงเฮย์จิจะพยามยามแค่ไหนก็ไม่ได้ผล แต่แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวของเฮย์จิ เขาวิ่งเข้าห้องนอนของตัวเองไปก่อนจะกลับมาพร้อมกุญแจในมือ ถึงจะเสี่ยงอยู่บ้างที่จะทำให้ชินอิจิยิ่งโกรธแต่เขาก็อยากจะคุยกับชินอิจิให้รู้เรื่อง

~แอ๊ดดดดดดดดดดดด~

นายเข้ามาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะเสียงที่ดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับสิ่งของต่างๆมากมายที่พุ่งเข้าใส่ผู้ที่เข้ามาในห้องอย่างจัง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาถอยกลับออกไปเลย

นายอยากปาก็ปาเข้ามาเลยคุโด้ ถ้ามันจะทำให้นายหายโกรธฉัน ขอร้องล่ะคุโด้ มาคุยกันให้รู้เรื่องเถอะนะ ฉันรู้ว่าตอนนี้นายก็เครียดอยู่แล้วเรื่องที่ต้องกลายมาเป็นแบบนี้แล้วฉันยังแกล้งนายแรงไปอีก ฉันขอโทษจริงๆนะ เฮย์จิพูดด้วยเสียงและถ้อยคำที่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิด จนชินอิจิสงบลงแต่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไรด้วยอยู่ดี เฮย์จินั่งลงข้างๆชินอิจิบนเตียงก่อนจะเริ่มพูดความรู้สึกของเขาทั้งหมดออกมาอีกครั้ง

นายจะให้ฉันขอโทษนายสักพันครั้งก็ได้ แต่ขอร้องเถอะนะ กลับมาคุยกันดีๆเถอะ คราวหน้าฉันจะไม่แกล้งนายอย่างนี้อีกแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะคุโด้ เสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือจนผู้ที่ฟังอยู่รู้สึกได้ ชินอิจิใช้มือข้างหนึ่งกุมมือของเฮย์จิที่นั่งก้มหน้านิ่งไว้

ฉันยกโทษให้นายก็ได้ แต่ต้องไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีก. ถึงจะยังพูดไม่จบแต่เฮย์จิที่ต้องการรับรู้เพียงแค่การได้รับการยกโทษจากคนที่ตัวเองรักที่สุดก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก

ขอบคุณนะคุโด้ ขอบคุณนายมากๆเลยนะ

อืมๆ ช่างมันเถอะเรื่องมันแล้วไปแล้ว แล้วก็อีกเรื่องนายเลิกเรียกฉันว่าคุโด้ได้ไหม มันฟังดูแล้วแปลกๆอ่า

อ้าว! ก็นายชื่อคุโด้หนิ ถ้าไม่ให้เรียกอย่างงี้แล้วจะให้เรียกยังไง

เรียกอะไรก็ได้ที่ไม่ใช้คุโด้อ่ะ เป็นผู้หญิงแล้วถูกเรียกว่าคุโด้มันรู้สึกแปลกๆไงไม่รู้น่ะ

อืม...งั้นเอาเป็นชินจัง ไหม น่ารักดีนะ

ชินจัง! ไม่เอาอ่ะ ฟังแล้วรู้สึกเหมือนแม่เรียกเลย ไม่เอาๆๆๆ ชินอิจิส่ายหัวอย่างแรงจนเฮย์จิถึงกับยิ้มออกมาเพราะความน่ารักของคนตรงหน้า

งั้นนายจะเอาชื่อไรล่ะ เฮย์จิถามเมื่อนึกชื่ออื่นไม่ออก

เอ่อ....อะไรดีน้า....ชิน...ชิ....ชินา....ชินิ...ชินะ ชินะดีไหม

ชินะหรอ? ก็ดีนะน่ารักดี เฮย์จิพยักหน้าเชิงเห็นด้วย

งั้นต่อไปนายก็เรียนฉันว่าชินะละกัน โอเคนะ?

ก็ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ เฮย์จิบอกพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเลห์นัย

ข้อแลกเปลี่ยน? อะไรล่ะ ชินอิจิถามอย่างสงสัย

ในเมื่อนายให้ฉันเรียกนายว่า ชินะ งั้นนายก็ต้องเรียกฉันว่า เฮย์จินะนายเอาแต่เรียกฉันว่า ฮัตโตริๆ มันดูเหมือนเราเหินห่างกันอย่างนั้นแหละ

ฮะ....ฮะ....เฮย์....เฮย์จิ ชินอิจิพูดติดๆขัดๆด้วยความไม่เคยชิน+เขินหน่อยๆ(หรือไม่หน่อยหว่า^^)

อืม ชินะ เฮย์จิยิ้มเล็กๆให้ชินอิจิ

งั้นฉันไปทำข้าวให้ก่อนละกัน เฮย์จิยันตัวขึ้นเพื่อลุกขึ้น แต่เมื่อลุกขึ้นได้ครึ่งตัวก็กลับล้มลงมาเพราะขาที่วิ่งมานานเจ็บระบบไปหมดในสภาพคร่อมชินอิจิที่พยายามจะช่วยจับไว้ไม่ให้ล้ม โดยที่ริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกันโดยบังเอิญ

-----------------------------

2006/Jul/05

หลังจากตัดกันไปดื้อๆให้คิดกันเล่นๆและหลังจากการดองอันยาวนานมาเกือบครึ่งเดือน ตอน2ก็ได้คลอดออกมาอย่างปลอดภัยแล้วครับทุกท่านเย้! ตามสัญญาเป๊ะ 'ภายในเดือนหน้า(กรกฎาคม)' ตอนนี้อาจจะค่อนข้างยาวไปหน่อยถ้าเทียบกับตอนที่1 ทดแทนที่มาอัพช้าอ่ะ บ่นมานานล่ะ ไปอ่านกันเลยดีกว่า

-------------------

ตอนที่2 ชินอิจิกลายเป็น.......???

คุโด้!

ใบหน้าสีนำตาลเข้มของนักสืบหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อไปเสียแล้ว เพราะภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า ภาพของหญิงสาวผมยาวประบ่าสีดำเงา ดวงตากลมโตสีน้ำทะเลเป็นประกายเมื่อต้องดับแสงยามเช้าที่ส่องผ่านเข้ามาจากหน้าต่างบานเล็กๆรับกับใบหน้ารูปไข่ได้เป็นอย่างดีที่นั่งหอบอยู่บนเตียงนอนเดี่ยวสีขาวบริสุทธิ์ แต่สิ่งที่ทำให้หน้าของนักสืบโอซาก้าผู้นี้เป็นสีแดงขึ้นไปเป็นทวีคูณ คือสภาพของหญิงสาวผู้นั้น สภาพท่อนบนเปลือยเปล่า มีเพียงกางเกงสีน้ำเงินที่ยาวไปจนถึงข้อเท้าเท่านั้น ถึงแม้หน้าตาและรูปร่างลักษณะจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เมื่อดูจากเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เธอใส่แล้วจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก 'คุโด้ ชินอิจิ'

กะ..กะ..เกิดอะไรขึ้นน่ะคุโด้ ทะ..ทำไมนายถึงเป็น...อย่างงี้ล่ะ เฮย์จิถามขึ้นเมื่อรวมรวบสติกลับมาได้

เป็นอย่างงี้? เกิดอะไรขึ้นหรอ ฉันมีอะไรแปลกไปหรือไงฮัตโตริ ชินอิจิมองหน้าเฮย์จิด้วยความสงสัยหลังหายจากอาการเหนื่อยหอบ

คือ...คือว่า..นาย... เอ่อ...ดูเองละกัน เฮย์จิพูดติดๆขัดๆ ก่อนจะชี้นิ้วไปทางกระจกบานใหญ่ใกล้กลับตู้เสื้อผ้าสีน้ำตาลไหม้

เฮ้ยยยยยยยยยยยยยย!" ชินอิจิร้องลั่นเมื่อได้เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก

มัน..มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำ...ทำไม...ทำไมฉันถึงกลายเป็นเเบบนี้

ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถาม เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่

แล้วฉันจะรู้ได้ไงล่ะ เมื่อคืนหลังจากที่นายอุ้มฉันขึ้นมาส่งแล้ว ฉันก็หลับมาตลอด จนถึงเมื่อกี้นี้ที่อยู่ๆ ฉันก็รู้สึกร้อนเหมือนร่างกายและหัวใจจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วก็เป็นอย่างที่นายเห็นเนี่ย ชินอิจิอธิบายเรื่องทุกอย่างที่เขารู้ให้ผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขาฟัง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่เข้าหูของเฮย์จิเลย

เฮ้ย! ฮัตโตริ ฮัตโตริ ฮัตโตริ ชินอิจิเรียกพร้อมกับจับบ่าของเฮย์จิเขย่าเบาๆ

เอ่อ....เอ่อ...คือ...คือว่า.... ชินอิจิมองตามสายตาของเฮย์จิไป เฮ้ย นี่นายกำลังมอง...มองหน้าอกฉันอยู่หรอ ชินอิจิรีบวิ่งออกไปใส่เสื้อของเขาที่เตรียมมาด้วยมาทันที แต่เมื่อกลับมาเขาก็ต้องพบว่าเฮย์จิสลบไปกองอยู่กับพื้นแล้วพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากจมูกของเฮย์จิจนเลอะไปหมด ชินอิจิรีบอุ้มเฮย์จิไปนอนบนเตียง ก่อนจะไปหาผ้าชุ่มน้ำมาเช็ดคราบเลือดให้

ดวงตาของผู้ที่นอนอยู่บนเตียงเปิดขึ้นทีละน้อยพร้อมกับกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสภาพสายตาให้ชินกับแสงในตอนนี้ แต่เมื่อเฮย์จิเห็นหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างๆเตียงก็สะดุ้งขึ้นก่อนจะยิงคำถามไม่ยั้ง

เธอเป็นใครน่ะ? ชื่ออะไร? มาอยู่บ้านฉันได้ไง?.....

เฮ้ย! นี่นายตั้งใจจะให้ฉันตอบไหมเนี่ย ถามเอาๆ ชินอิจิตะโกนกลบ จนเฮย์จิเงียบไป

เงียบได้ซะที ตื่นมาก็โวยวายเชียว ทั้งๆที่ฉันต้องพึ่งนาย กลับเป็นว่านายต้องมาให้ฉันดูแล เฮ้อ! แต่ก็ช่างมันเหอะ มันก็ช่วยไม่ได้นี่หน่า แล้วสรุปนายนึกได้ยังว่าฉันเป็นใคร

เอ่อ..........คุโด้! เฮย์จิทำท่าครุ่นคิดสักพักก็พูดออกมาอย่างตกใจ จริงสินะ ตอนนี้คุโด้กลายเป็นผู้หญิงไปแล้วนี่น่า แต่เมื่อคิดเรื่องที่หญิงสาวตรงหน้าคือชินอิจิได้แล้ว เฮย์จิก็สงบไปอีกเป็นครั้งที่2 เพราะสิ่งที่เขาคิดออกตามมา.....เหตุผลที่เขาสลบไปในครั้งแรก

เฮ้ย! อย่าสลบไปอีกรอบดิ - -

เวลาผ่านไป2ชั่วโมง เฮย์จิเริ่มตั้งสติได้หลังจากสลบไปถึง2ครั้งติดๆ ตอนนี้ท้องฟ้าที่เคยมืดมิด ถูกยึดครองโดยพระอาทิตย์ดวงกลมโตอีกครั้ง

แล้วนายจะทำยังไงต่อไปล่ะ คุโด้

ฉันก็คงต้องขออยู่กับนายไปก่อนแหละ จะให้ฉันกลับไปหารันในสภาพอย่างงี้ได้ไงล่ะ

อยู่กับฉัน... เฮย์จิคิดไปพร้อมกับอมยิ้มอย่างมีความสุข แต่แล้วความสุขนั้นก็ต้องถูกขัดอย่างรู้ทัน

ไม่ต้องเลย หยุดคิดเรื่องอย่างงั้นไปเลยนะ ฉันก็แค่จะขออยู่ด้วยสักพักจนกว่าจะกลับเป็นปกติได้เท่านั้นแหละ ไม่ต้องคิดไปไกลเลย หน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข บูดลงอย่างเห็นได้ชัด

ฉันก็ไม่ได้คิดไรสักหน่อย... เฮย์จิแก้ตัวอย่างเซ็งๆ แล้วนายจะบอกผู้หญิงคนนั้นว่าไรล่ะ... เสียงถามนั้นหยุดลงทันที เมื่อเฮย์จิหันไปเห็นส่งตาหวานจากชินอิจิที่ส่งมาให้ตน

เออๆ เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันบอกให้เอง นายล่ะงี้ทุกที ต้องให้เป็นหน้าที่ฉันตลอดเลย เฮย์จิบ่นอุบ

ไม่อยากช่วยก็ได้ ฉันก็ไม่ได้จะว่าไรหนิ ส่งฉันกลับไปหารันเลยตอนนี้เลยก็ได้ ชินอิจิบอกอย่างงอนๆก่อนที่จะทำท่าลุกออกจากบ้านเฮย์จิไป แต่ก็ถูกเฮย์จิดึงมือเอาไว้

อย่างอนสิ ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ช่วยซะหน่อย ถ้าเพื่อนายจะให้ฉันทำอะไรก็ยอม เฮย์จิพูดด้วยเสียงหนักแน่น จนใบหน้าของผู้ที่ฟังอยู่ถูกย้อมด้วยสีแดงระเรื่อ

แล้วนี่จะอยู่ในสภาพนี้หรือไง ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาชุดของคาซึฮะมาให้

ชุดของคาซึฮะ? ชินอิจิทวนซ้ำอย่างสงสัย

เปล่านะ มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ ฉันกับคาซึฮะไม่ได้มีไรกันเลย นายเชื่อฉันนะ เขาก็แค่มาค้างบ้างฉันบ้างเฉยๆแต่ก็นอนกันคนละห้องนะ ฉันก็เลยมีเสื้อของเขาอยู่.... เฮย์จิรีบแก้ตัวทันควันพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อน แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะล้าของชินอิจิ

มีอะไรตลกหรือไงฮะ?

เปล่าๆ คือจริงๆแล้ว ฉันจะถามนายว่า จะให้ฉันใส่ชุดของคาซึฮะเนี่ยนะ? แต่อยู่ๆนายก็เล่นพูดแบบนั้นออกมา ฉันก็เลยอดขำไม่ได้น่ะ ชินอิจิตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ค่อยๆลดความดังลงเรื่อยๆจนเงียบไป ก่อนจะตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุดของบ้าน

ฮัตโตริ! ฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว ขอผ้าเช็ดตัวหน่อย เอาเสื้อด้วยนะ ชินอิจิพูดพร้อมกับเปิดประตูให้กว้างพอที่จะส่งของที่ตนขอเข้ามาได้

ขอบคุณ....เฮ้ย! นี่มันชุดอะไรของนายเนี่ย ชินอิจิโวยเมื่อเห็นชุดที่รับมาจากมือของเฮย์จิ เสื้อแขนกุดสีชมพูอ่อน และกางเกงยีนส์ขาสั้นประมาณเข่า

ก็มันมีแต่เสื้ออย่างงี้นี่น่า ใส่ๆเข้าไปเถอะน้าแล้ววันนี้เราค่อยไปซื้อชุดใหม่ด้วยกัน ชินอิจิไม่มีทางเลือกจึงจำต้องใส่ชุดนั้น ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าสีชมพูอ่อนๆด้วยความเขินอาย เพราะเสื้อที่จริงๆแล้วจะยาวจนเลยเอวลงมานิดหน่อย แต่กลับกลายเป็นเสื้อเอวลอยไปซะแล้ว ส่วนกางเกงที่เคยยาวประมาณเข่า ก็กลายเป็นกางเกงที่อยู่สูงกว่าเข่าขึ้นไปประมาณ 1 ฝ่ามือเพราะส่วนสูงของชินอิจิที่มีมากกว่าคาซึฮะกว่า 10 เซน แต่สิ่งนี้กลับไม่ได้ทำให้คนใส่ดูน่ารักน้อยลงเลย จะยิ่งช่วยทวีความน่ารักขึ้นเป็นเท่าตัวด้วยซ้ำไป จนทำให้คนที่มองอยู่ถึงกับหน้าแดง พูดไม่ออก

ริ...ฮัตโตริ...เฮ้ย ฮัตโตริ!

ฮะๆๆๆ มีไรหรอ เฮย์จิถามขึ้นพร้อมกับอาการสะดุ้งเล็กๆหลังหลุดจากภวังค์

ฉันถามว่า นายไม่รีบไปอาบน้ำหรอ จะได้รีบไปซื้อเสื้อใหม่กัน ฉันไม่อยากใส่เสื้อตัวนี้นานๆหรอกนะ

ไป...ไปสิ

ก็ไปสักทีสิ ชินอิจิเร่งเมื่อเห็นเฮย์จิกลับไปยืนค้างในท่าเดิม

อืมๆ เฮย์จิขานรับพร้อมกับพยักหน้าหนึกๆ ก่อนจะก้าวขาออกเดินด้วยสติเพียงน้อยนิดที่เรียกกลับคืนมาได้

~โป๊ก~

โอ้ย! เฮย์จิร้องขณะนั่งกองอยู่บนพื้นข้างๆกำแพงที่เดินชนเมื่อครู่นี้

เดินแค่นี้ยังจะชนอีก ชินอิจิพูดกวนๆพร้อมกับหัวเราะร่วน

เพราะใครล่ะ ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ เฮย์จิคิดในใจ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งตรงไปยังห้องน้ำเพื่อไปรักษาอาการหน้าแตก

ฮัตโตริ! เสร็จรึยัง ชินอิจิเริ่มปฏิบัติการเร่งอีกครั้งหลังจากเฮย์จิหายไปในห้องน้ำนานถึง45นาที

เสร็จแล้วน่าๆ ไม่ต้องเร่งหรอก ชินอิจิเมื่อเห็นชินอิจิที่เดินออกมาจากห้องน้ำ ถึงกลับอึ้งไปเหมือนต้องมนต์สะกด

ชินอิจิ! ชินอิจิ!

หา! อะไรนะ ชินอิจิถามหลังหายจากการต้องมนต์ถูกคลายไป

นายเป็นอะไรรึเปล่า อยู่ๆก็นิ่งไป

เปล่าหรอก แค่...คิดว่า วันนี้นายหล่อเป็นพิเศษรึเปล่านะ น่ะ สิ้นเสียคำพูดจากชินอิจิ ทั้ง2ก็นิ่งไปอีกครั้ง ด้วยไปหน้าสีแดงเข้ม จนมีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบสงบนั้นลง

~กริ่ง กร่อง~

เอ่อ...ฉันไปเปิดประตูก่อนนะ เฮย์จิพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน ชินอิจิพยักหน้าเป็นการตอบรับ เฮยจิจึงเดินไปเปิดประตูหน้าบ้านก่อนจะเดินกลับมาหาชินอิจิด้วยเวลาไม่ถึงนาทีด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย

บ้านมันเหมือนกันนักหรือไงว่ะ อยากรู้จริงๆเลย เฮย์จิบ่น

เอาน่า คนเรามันก็ต้องผิดพลาดกันได้ล่ะน่า ชินอิจิพูดปัดๆให้เฮย์จิหายเครียด

ชินอิจิ เอาหูมานี่หน่อยสิ เฮย์จิพูดพร้อมกับกวักมือเป็นเชิงเรียก

มีไรหรอ ชินอิจิถามเมื่อทำตามที่ชินอิจิบอก

นายอยากรู้ใช่ไหมล่ะ ว่าทำไมฉันถึงแต่งตัวงี้ เมื่อเห็นผู้ถูกถามพยักหน้า เฮย์จิก็เผยรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆที่หลุดลอดออกมาจากรอยยิ้มนั้น ก่อนจะเริ่มพูดต่อ

ก็เพื่อนายไงล่ะ" ชินอิจิค้างไปชั่วคณะก่อนจะชักตัวออกมา แล้วรีบหันไปทางอื่นทันทีเพื่อปกปิดไม่ให้เฮย์จิเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนสีไป

ยะ...อย่ามาล้อเล่นงี้สิ

ใครว่าฉันล้อเล่นล่ะ เฮย์จิบอกพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ยิ่งทำให้ใบหน้าที่เป็นสีแดงระเรื่ออยู่แล้วแดงขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว ชินอิจิในตอนนี้ยิ่งทำให้หัวใจของชายหนุ่มนักสืบที่เข้มเเข็งมาตลอดเกิดการสั่นคลอน บรรจงประทับริมฝีปากอุ่นๆลงบนแก้มสีเเดงจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อย่างถนุดถนอ ม จนชินอิจิหน้าแดงขึ้นอีกเหมือนภูเขาไฟที่กำลังครุกรุ่นพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเมื่อ เฮย์จิจึงจับมือชินอิจิไว้แล้วบีบมือชินอิจิเบาๆ ให้ชินอิจิผ่อนคลายลงบ้าง ก่อนจะพากันเดินออกจากบ้านไป

------------------------

คราวนี้จบดีกว่าคราวที่แล้วเยอะใช่ม้า อิอิ โดนด่ามาอ่า TT_TT หาว่าอัพช้าแล้วยังจะตัดฉากสำคัญอีกคราวนี้เลยแต่งให้จบดีๆหน่อย ส่วนเรื่องที่บอกว่าจะเอาส่งอาจารย์แต่งไปแต่งมาคงส่งไม่ได้แล้วล่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะจบตอนไหนและก็มันเริ่มชักไม่ปกติแล้วด้วย โดนแรงกดดันสูงก็เลยตอบสนองให้ ยังไงก็ติ-ชม(ถึงมันจะหาเรื่องชมยากก็เถอะ - -:") มากันได้น้า ส่วนตอน3ก็คงพอๆกับตอน2เพราะเดี๋ยวนี้หาเวลาเเต่งยากสุดๆ<<ข้ออ้างประจำ

------------------------------

แก้ไข (14 ก.ค. 49) จะมีคนมาอ่านไหมเนี่ย- - (รู้งี้แล้วจะเขียนเพื่อ? โอ้ย! สับสนในตัวเอง เอาเหอะๆไงๆก็เขียนมาล่ะเขียนต่อดีกว่า ^^)หลังจากการอ่านตอน2 (คนแต่งเองยังไม่ได้อ่านเลย- -)เลยรู้สึกว่า สำเนียงที่ใช้มันแปลกไปจริงๆด้วย วันนี้ก็เลยมาแก้บางส่วน แต่ว่าเนื้อเรื่องไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใดเพียงแค่เปลี่ยนภาษาที่ใช้เท่านั้น ส่วนตอน3 อยู่ในช่วงดองเค็มค่ะ ใกล้สอบแล้วอ่า TT_TT


edit @ 2006/07/14 18:24:45

2006/Jun/25

Side Effect

of APTX4869

ตอนที่1 เป็นอะไรไปน่ะ คุโด้

~ออดดดดดด~

ใครมากดออดว่ะ คนจะหลับจะนอน เจอหน้านะจะ.... ยังไม่ทันสิ้นเสียงบ่น เสียงแขกที่มาก็ดังขึ้นซะก่อน

ฮัตโตริ นี่ฉันเองคุโด้ไง เปิดประตูให้หน่อยสิ

คุโด้! เฮย์จิถึงกับอึ้ง เมื่อได้รู้ว่าแขกที่มาบ้านของตนเป็นใคร เวลาผ่านไป1.412วินาที(มุกเก่าสุดๆ - -) สติก็กลับเข้าร่างอีกครั้ง เขารีบวิ่งตรงไปยังประตูหน้าบ้าน เพื่อเปิดประตูให้กับแขกคนสำคัญของเขาทันที

นายมาได้ยังไงน่ะคุโด้? แล้วทำไมจะมาไม่บอกให้ฉันไปรับฮะ? ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำไง?... เฮย์จิยิงคำถามไม่ยั้ง จนคนฟังถึงกับออกอาการเหวออย่างเห็นได้ชัด

เฮ้ย! จะถามก็เปิดโอกาสให้ตอบบ้างดิ ยิงเอาๆจะรีบไปไหนหรือไงคุโด้ตะโกนกลบ จนเฮย์จิเงียบไป

เงียบได้ซะที แล้วนี้จะให้ฉันยืนอยู่อย่างงี้หรือไง

เอ่อ...เข้ามาก่อนสิ

ณ ห้องรับแขก

เอ้า น้ำเย็นๆ ดื่มซะจะได้สงบลงบ้าง เฮย์จิพูดพร้อมกับยื่นน้ำในมือให้

ขอบใจนะ ชินอิจิยิ้มให้ก่อนรับแก้วน้ำในมือมาถือไว้

สรุปแล้วมีอะไรล่ะถึงได้มาหาฉันถึงนี้?

คือว่า...เดี๋ยวนี้น่ะ...ฉันมักจะมีอาการแปลกๆ บางทีก็ร้อนๆข้างใน บางทีหัวใจมันก็เต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้ซะงั้น ฉันควรทำไงดีเนี่ย? คุโด้บ่นอย่างวิตก

หรือว่า นายจะชอบฉันขึ้นมา... เฮย์จิถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เผยออกมาที่ละนิด แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ต้องหายวับไปเมื่อ ชินอิจิพูดแทรกขึ้นมา

บ้าสิ ///// ใครจะไปชอบนายฮะ (คนแต่ง: ฉันไง ^^ โป๊ก!<<เสียงกระป๋องที่ไหนไม่รู้ถูกเตะใส่หัวของคนแต่งอย่างจัง ข้อหานอกเรื่อง) ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ แต่ถ้านายคิดยังงั้นฉันก็ขอตัวล่ะ ชินอิจิทำเป็นโกรธขึ้นมาเพื่อปิดบังใบหน้าที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความเขิน

อย่าเพิ่งสิ ฉันก็แค่ไม่อยากให้นายเครียดไปเท่านั้นเอง แต่ว่าเอาเรื่องอย่างงี้มาปรึกษาฉันก็คงช่วยอะไรมากไม่ได้หรอก ไปถามผู้หญิงคนนั้นดูไม่ดีกว่าหรอ

ไฮบาระน่ะหรอ? เฮย์จิพยักหน้างึกๆ ฉันไปถามมาแล้วล่ะ แต่ยัยนั้นก็บอกว่าอาจเป็นแค่ผลข้างเคียงของยา APTX 4869 ก็ได้ คงไม่ส่งผลอะไรหรอก

ถ้างั้นก็คงไม่เป็นไรจิงๆน่ะแหละ อย่าคิดมากเลยน่า เฮย์จิพยายามพูดให้ชินอิจิคลายความเครียดลงบ้าง แต่ผลกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด

แต่ว่าฉันไม่คิดอย่างงั้นหรอกนะ ถ้าแค่ร้อนๆอย่างเดียว ฉันก็คงคิดงั้น แต่นี้มันร้อนเหมือนโดนไฟเผาทั้งเป็น หัวใจก็เต้นเร็วซะจนจะแตกเป็นเสี่ยงๆอยู่แล้ว นายยังจะให้ฉันไม่คิดไรเลยงั้นหรอ ชินอิจิออกความเห็นในแบบฉบับนักสืบตามสไตล์ จนเฮย์จิเห็นด้วย แต่เขาก็ไม่อยากให้เพื่อนที่รักต้องคิดมาก

ถึงจะทำอะไรไม่ได้มาก ขอแค่ได้ปลอบให้เย็นลงเท่านั้นก็ยังดี เฮย์จิคิดในใจ

มันอาจจะไม่เป็นแบบที่นายคิดก็ได้ คิดมากไปก็เท่านั้นล่ะน่า ไปหาไรทำไม่ดีกว่า... ยังไม่ทันได้พูดจบ ชินอิจิก็ร้องออกมาด้วยเสียงที่เจ็บปวด

โอ้ย! ชินอิจิใช้มือทั้งสองข้างกุมบริเวณหน้าอกข้างซ้าย ก่อนจะทุรนทุรายจนตกเก้าอี้ไป

~โครม~

เฮ้ย! คุโด้นายเป็นอะไร เฮย์จิถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ถามเพื่อนที่กำลังทรมานตกหน้า ก่อนจะวิ่งไปยังห้องน้ำ แล้วกลับมาพร้อมกับผ้าหนึ่งผืนและน้ำในกะลามังใบเล็กๆ ก่อนนั่งคร่อมชินอิจิเพื่อไม่ให้ดิ้น แล้วจึงใช้ผ้าเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาจนชุมบริเวณหน้าผาก เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ชินอิจิเริ่มสงบลง

ลุกไหวไหมคุโด้ เฮย์จิถามเมื่อชินอิจิลืมตาขึ้น

อืม ชินอิจิตอบพร้อมกับยันตัวขึ้น แต่ก็ต้องล้มลงไปเมื่อขาของเขาชาไปหมด

ไม่ไหวก็บอกสิ เป็นขนาดนี้ยังเก๊กไม่เข้าท่าอีก เฮย์จิค่อยๆอุ้มชินอิจิขึ้นแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนก่อนจะวางชินอิจิลงที่เตียง

นอนพักซะนะ ถ้ามีอะไรก็ตะโกนเรียกได้เลยนะ ฉันอยู่ห้องข้างๆนี่เอง ชินอิจิพยักหน้าก่อนจะนอนหลับไป พร้อมกับไฟในห้องที่ถูกปิดลง ก่อนที่ชายอีกคนจะเดินออกจากห้องไป

ณ ห้องนอนของชินอิจิเวลาตี2

ชินอิจิที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มพลิกตัวไปมา ก่อนจะส่งเสียงที่แสดงถึงความเจ็บปวดออกมา

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เฮย์จิสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วรีบวิ่งเข้ามายังห้องของชินอิจิทันที

เป็นไรไปน่ะคุ.... แต่แล้วเฮย์จิกลับต้องตกใจอีกครั้งเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า

คุโด้!

โปรดติดตามตอนต่อไป

--------------------------------------

จบได้จังหวะพอดีเลย อิอิ^^ ไว้แต่งตอนต่อไปเสร็จจะเอามาลงต่อให้ทันทีเลยแต่งสดอัพสดอ่ะแต่ขอบอกไว้ก่อนว่า "ใครคิดว่าเรื่องนี้Y เสียใจด้วยน้า"พอดีเรื่องนี้จะแต่งส่งครูอ่ะ ส่วนฟิกYขอดองไว้ก่อนน้าแต่งยังไงก็จะแต่งมาให้อ่านแน่นอนแต่ขอติดไว้ก่อนนะขอโทษนะครับ-/\-